ทานถั่งเช่าอย่างไรให้ได้ผลลัพธ์ดีที่สุด 2 วิธีกินถั่งเช่าที่ดีที่สุด

กินถั่งเช่าเวลาไหนดี

ทานถั่งเช่าอย่างไรให้ได้ผลลัพธ์ดีที่สุด 2 วิธีกินถั่งเช่าที่ดีที่สุด

กินถั่งเช่าเวลาไหนดี : การกินถั่งเช่า ขึ้นอยู่กับว่าแต่ละยี่ห้อ มีส่วนผสมแบบไหน ในส่วนของถั่งเช่าสมุนไพรธรรมชาติจากเทือกเขาทิเบต ที่ได้ชื่อว่า ราชันแห่งสุนไพร และทุกคนก็รู้กันเป็นอย่างดีว่าถั่งเช่านั้นมีประโยชน์อย่างมากมายจนแทบบรรยายไม่หมด แต่การทานถั่งเช่านั้นไม่ใช่ว่าเราจะต้องทานอย่างถูกต้องโดยคำนึงถึงวิธีที่ถูกต้องด้วย

เพื่อประโยชน์สูงสุดที่ร่างกายจะได้รับจาการทานถั่งเช่า ซึ่งการทานถั่งเช่าเพื่อให้ได้ประโยชน์และผลลัพธ์ที่ดีต่อร่างกายมีวิธีการทานอย่างถูกต้องดังนี้


วิธีการทานถั่งเช่าอย่างถูกต้อง


ทานถั่งเช่าแบบธรรมชาติ

1 . ทานถั่งเช่าแบบธรรมชาติ

ทานถั่งเช่าแบบธรรมชาติ หรือทานแบบเห็ดถั่งเช่าชนิดแห้ง หลายคนอาจคิดว่าการทานถั่งเช่าแบบธรรมชาติด้วยการกัดกินถั่งเช่าคงจะเป็นวิธีที่ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ซึ่งจริงๆแล้วการทานถั่งเช่าแบบนั้นไม่ใช่วิธีที่จะทำให้ร่างกายได้รับสารจากถั่งเช่าอย่างดีพอ

การทานถั่งเช่าแบบให้เห็นผลคือต้องนำถั่งเช่ามาผ่านความร้อนถั่งเช่าถึงจะออกฤทธิ์ได้ดีที่สุด เพราะจะทำให้ได้สารโพลีแซคคาไรด์ ดังนั้นหากจะทานถั่งเช่าแบบธรรมชาติชนิดแห้ง ควรนำถั่งเช่า 2-3 ตัวหรือในปริมาณ 9 กรัม ไปแช่ในแก้วน้ำร้อน ด้วยความร้อนประมาณ 80-90 องศา แล้วจึงนำน้ำถั่งเช่ามาดื่ม

เมื่อดื่มหมดแล้วเรายังสามารถเติมน้ำร้อนในถั่งเช่าดื่มได้อีก 2-3 ครั้งหรือจนกว่าตัวถั่งเช่าจะเป็นสีจางๆ เพราะหากน้ำร้อนยังสามารถทำปฏิกิริยากับถั่งเช่าจนน้ำเปลี่ยนสีก็ยังสามารถนำมาดื่มได้อีก เพราะสารจากถั่งเช่าก็ยังมีครบถ้วนอยู่

หรือเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการทำงานควรทานคู่กับวิตามินได้ด้วยเช่นกัน เพื่อทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมสารโพลีแซคคาไรด์ในถั่งเช่าได้ดียิ่งขึ้น

ทานถั่งเช่าแบบแคปซูล

2 . ทานถั่งเช่าแบบแคปซูล

ทานถั่งเช่าแบบแคปซูล ถั่งเช่าชนิดแคปซูลเป็นรูปแบบที่สามารถทานได้ง่าย สะดวกในการพกพา การทานเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดควรทานถั่งเช่าสกัดและถั่งเช่าบดผงควบคู่กันไป พร้อมกับการทานวิตามินด้วย

ถั่งเช่าบดผง จะมีสารสำคัญ ที่ชื่อว่าคอไดซิปินสูงกว่าถั่งเช่าสกัด และที่สำคัญร่างกายอาจดึงสารสำคัญกลุ่ม โพลีแซคคาไรด์ ออกมาจากถั่งเช่าได้ไม่เต็มที่ด้วย

ถั่งเช่าสกัด จะมีสารสำคัญ โพลีแซคคาไรด์ ที่สูงกว่าถั่งเช่าบดผง และถั่งเช่าสกัดจะมีสาร คอร์ไดซิปิน ที่น้อยกว่าถั่งเช่าชนิดบดผง

หากเราทานถั่งเช่าควบคู่กับการทานวิตามินซีไปพร้อมกัน จะทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมสาร โพลีแซคคาไรด์ ที่อยู่ในถั่งเช่าได้มากขึ้น

มีข้อแนะนำว่าควรเลือกทานถั่งเช่าที่มีสาร คอร์ไดซิปิน สูงกว่า 300 มิลลิกรัม ต่อถั่งเช่า 100 กรัม นั่นก็เพื่อให้ร่างกายได้รับประโยชน์จากถั่งเช่าอย่างสูงสุด

การทานถั่งเช่าเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดนั้น แต่ละคนจะมีการทานที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งขึ้นอยู่กับจุดประสงค์ในการรักษาโรคของแต่ละคน แล้วทานตามปริมาณที่แพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญกำหนด เช่น

– ผู้ป่วยโรคไต หรือโรคเบาหวาน ให้ทานทุกวัน เช้าและเย็น วันละ 1-3 แคปซูล

– ผู้ป่วยโรคภูมิแพ้หรือโรคอื่นๆให้ทานทุกวัน เช้าและเย็นวันละ 1 แคปซูล

– หากต้องการทานเพื่อบำรุงร่างกายควรทานทุกเช้า ครั้งละ 1 แคปซูล แต่หากใครที่พึ่งจะเริ่มทานอาจจะทานครั้งละ 2 แคปซูลก็ได้ เพื่อเป็นการปรับสภาพร่างกายภายในเกิดความสมบูรณ์ หลังจากนั้นเมื่อเริ่มรู้สึกว่าร่างกายมีความสมบูรณ์คงที่แล้วจึงลงลดมาทานครั้งละ 1 แคปซูล

วิธีกินถั่งเช่าให้ได้ประโยชน์สูงสุดแก่ร่างกาย

ในการทานถั่งเช่านั้นเราจะต้องมีข้อควรระวังดังต่อไปนี้ เพื่อให้การทานถั่งเช่าเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ร่างกาย

1 . ควรทานตอนท้องว่างเพราะร่างกายจะได้ดูดซึมสารจากถั่งเช่าได้เต็มที่

2 . ไม่ควรทานถั่งเช่าไม่ว่าจะในรูปแบบใดก็ตามร่วมกับชาจีน โสมและกาแฟ เพราะสิ่งเหล่านี้มีคุณสมบัติที่หักล้างกัน

3 . ไม่ควรทานช่วงระยะเวลาที่มีการดื่มแอลกอฮอล์ เนื่องจากฤทธิ์ของแอลกอฮอร์จะไปทำลายสารสำคัญของถั่งเช่าให้เสื่อมสภาพลง

4 . ไม่ชงถั่งเช่าในน้ำร้อนที่มีความร้อนเกิน 85 องศา เพราะจะทำให้สารสำคัญในถั่งเช่า แร่ธาตุต่างๆ หายไปจนทำให้สารสำคัญลดลง

5 . หลีกเลี่ยงการทานถั่งเช่าร่วมกับยาบางชนิด เช่น ยาระดับประสาท ยาโด้ป หรือกลุ่มยากระตุ้นซีเคลนาฟีน ยาเสพติดทุกชนิด

หากเรามีจุดประสงค์เพื่อการทานที่ชัดเจนและเลือกทานอย่างถูกต้อง ร่างกายก็จะได้รับประโยชน์สูงสุดจากการทานถั่งเช่า แต่หากเป็นการทานถั่งเช่าเพื่อรักษาโรคควรอยู่ในการดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อไม่ให้เกิดผลข้างเคียงต่อสุขภาพและเพื่อประโยชน์ต่อการรักษานั่นเอง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *